เงินปันผล - เงินเฉลี่ยคืน คำนวณอย่างไร?

สิ่งที่พวกเราชาวสหกรณ์ต่างรอคอยด้วยความยินดีก็คือ "ผลตอบแทน" จากการมีส่วนร่วมในสหกรณ์นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการสะสมหุ้นหรือการใช้บริการเงินกู้ ทุกบทบาทของท่านล้วนมีส่วนสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์ของเรา

เพื่อให้สมาชิกทุกท่านเข้าใจสิทธิประโยชน์ของตนเองอย่างถ่องแท้ ทั้งนี้จะขอพาทุกท่านไปเจาะลึกวิธีการคำนวณเงิน 2 ส่วนสำคัญ คือ "เงินปันผล" (ตอบแทนจากการถือหุ้น) และ "เงินเฉลี่ยคืน" (ตอบแทนจากการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้) เพื่อให้เห็นว่าทุกบาททุกสตางค์ที่ท่านได้รับนั้นมีที่มาที่ไปอย่างยุติธรรมและโปร่งใส

--------------------------------------------------------------------------------

ส่วนที่ 1: เงินปันผลค่าหุ้น คำนวณอย่างไรให้ยุติธรรม?

สหกรณ์ของเรายึดหลักการคำนวณเงินปันผลแบบ "ตามระยะเวลาที่ถือครองหุ้นจริง" (Pro-rata basis) เพื่อมอบความเป็นธรรมให้กับสมาชิกที่ออมเงินมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีบัญชี 2568 นี้ คณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 49 มีมติเสนออัตราเงินปันผลที่ ร้อยละ 5.35 ต่อปี (หรือ 0.0535)

สูตรการคำนวณ:

เงินปันผล = (ยอดหุ้น x อัตราปันผลต่อปี x จำนวนวันที่ถือหุ้น) / จำนวนวันในปีนั้น

จุดสำคัญที่สมาชิกควรรู้ (เคล็ดลับฉบับผู้เชี่ยวชาญ): ในการคำนวณที่ยุติธรรมที่สุด เราต้องดู "จำนวนวันจริง" ในแต่ละปี เนื่องจากปีบัญชี 2568 ของเราคาบเกี่ยวระหว่าง 2 ปี พ.ศ. ซึ่งมีจำนวนวันไม่เท่ากัน:

ปี พ.ศ. 2567: เป็นปีอธิกสุรทิน (Leap Year) ซึ่งมี 366 วัน

ปี พ.ศ. 2568: เป็นปีปกติ มี 365 วัน 

**ตัวหารที่แตกต่างกันนี้เองคือเครื่องยืนยันว่าสหกรณ์คำนวณผลตอบแทนให้ท่านอย่างละเอียดแม่นยำที่สุด

--------------------------------------------------------------------------------

ส่วนที่ 2: กรณีศึกษาการคำนวณเงินปันผล (ตัวอย่างคุณรักออม)

เรามาดูการคำนวณของคุณรักออม มั่งมี ที่มีทั้งหุ้นเดิมยกมาและมีการส่งหุ้นรายเดือนเพิ่มขึ้น

1. ส่วนของ "หุ้นยกมา" (ยอด 100,000 บาท ณ 1 ต.ค. 67)

เนื่องจากคุณรักออมถือหุ้นก้อนนี้ไว้ตลอดทั้งปี เราจึงต้องแบ่งช่วงเวลาคำนวณตามจำนวนวันของปีนั้นๆ ดังนี้ :

ช่วงที่1 (1 ต.ค. 67 – 31 ธ.ค. 67) : รวม 92 วัน

(100,000 x 0.0535 x 92) / 366 = 1,344.81 บาท

ช่วงที่2 (1 ม.ค. 68 – 30 ก.ย. 68) : รวม 273 วัน

(100,000 x 0.0535 x 273) / 365 = 4,001.51 บาท

รวมเงินปันผลจากหุ้นยกมา: 5,346.32 บาท

2. ส่วนของ "หุ้นรายเดือน" (ส่งเพิ่มเดือนละ 1,000 บาท)

คุณรักออมสะสมหุ้นเพิ่มทุกเดือน เงินปันผลในส่วนนี้จะ "ลดหลั่นกันไป" ตามจำนวนวันที่ถือครองจริง

หุ้นเดือนตุลาคม 2567: ถือครองนานที่สุด (เกือบเต็มปี) จึงได้รับปันผลสูงสุดที่ 49.52 บาท

หุ้นเดือนกันยายน 2568: ถือครองสั้นที่สุด (เพียงไม่กี่วันก่อนปิดปีบัญชีวันที่ 30 ก.ย.) จึงได้รับปันผลเพียง 0.88 บาท

ยอดรวมปันผลหุ้นรายเดือน 12 ครั้งของคุณรักออม คือ 304.11 บาท

 

สรุปยอดเงินปันผลรวมทั้งหมดของคุณรักออม: 5,346.32 (หุ้นยกมา) + 304.11 (หุ้นรายเดือน) = 5,650.42 บาท

--------------------------------------------------------------------------------

ส่วนที่ 3: เงินเฉลี่ยคืน คืออะไรและคำนวณอย่างไร?

เงินเฉลี่ยคืน คือการจัดสรรกำไรสุทธิส่วนหนึ่งคืนให้แก่สมาชิก โดยพิจารณาจาก "ดอกเบี้ยเงินกู้" ที่สมาชิกได้ชำระให้แก่สหกรณ์จริงในรอบปีบัญชี (ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2568) ยิ่งท่านชำระดอกเบี้ยมาก สหกรณ์ก็ยิ่งคืนเงินส่วนนี้ให้ท่านมากขึ้นตามสัดส่วน

สูตรการคำนวณที่เข้าใจง่าย:

เงินเฉลี่ยคืน = ดอกเบี้ยสะสมที่จ่ายจริงตลอดทั้งปี x อัตราเงินเฉลี่ยคืน (%)

เราลองมาดูเคสของ คุณรักออม มั่งมี เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นครับ คุณรักออมมีทั้งเงินกู้ฉุกเฉินและเงินกู้สามัญ โดยตลอดปีบัญชี 2568 เขาชำระดอกเบี้ยรวมทั้งสิ้น 50,000 บาท เมื่อที่ประชุมมีมติจัดสรรเงินเฉลี่ยคืนร้อยละ 8.00 วิธีคิดจะเป็นดังนี้ :

50,000 บาท (ดอกเบี้ยสะสม) x 8% = 4,000 บาท

สรุปคือ คุณรักออมจะได้รับเงินเฉลี่ยคืนกลับเข้ากระเป๋าถึง 4,000 บาท

--------------------------------------------------------------------------------

บทส่งท้ายและประกาศสำคัญ

ตัวอย่างการคำนวณของคุณรักออมแสดงให้เห็นว่า "การออมสม่ำเสมอ" และ "การมีส่วนร่วมกับสหกรณ์" นำมาซึ่งผลตอบแทนที่คุ้มค่าเพียงใด อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นการคำนวณเบื้องต้นตามมติคณะกรรมการ ซึ่งจำนวนเงินที่สมาชิกจะได้รับจริงนั้น จะต้องผ่านการพิจารณาและอนุมัติอย่างเป็นทางการจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี

แชร์บทความนี้ :