สหกรณ์เป็นสถาบันการเงินประเภทหนึ่งที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสหกรณ์ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีข้อบังคับ ระเบียบ มติของคณะกรรมการ เป็นของแต่ละสหกรณ์  ซึ่งแต่ละสหกรณ์อาจมีระเบียบที่ไม่เหมือนกัน เนื่องจาก แต่ละกลุ่มอาชีพของสมาชิกสหกรณ์ มีลักษณะการปฏิบัติงานแตกต่างกัน การบริหารงานองค์กรต่างกัน  แต่สหกรณ์ออมทรัพย์เป็นสหกรณ์ต่างจากสหกรณ์ประเภทอื่นคือ สมาชิกส่งเงินค่าหุ้น,เงินงวดชำระหนี้และเงินฝาก โดยหน่วยงานต้นสังกัด เป็นผู้หักเงินส่งสหกรณ์โดยตรง ตามความใน พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2553 ฉบับที่ 2 มาตรา 42/1 โดยระบุว่า เมื่อสมาชิกได้ทำความยินยอมเป็นหนังสือไว้กับสหกรณ์ให้ผู้บังคับบัญชา ในหน่วยงานของรัฐ หรือนายจ้างในสถานประกอบการ หรือหน่วยงานอื่นใดที่สมาชิกปฏิบัติหน้าที่อยู่หักเงินเดือน หรือค่าจ้าง หรือเงินอื่นใด ที่ถึงกำหนดจ่ายแก่สมาชิกนั้น เพื่อชำระหนี้หรือภาระผูกพันอื่นที่มีต่อสหกรณ์ ให้แก่สหกรณ์ตามจำนวนที่สหกรณ์แจ้งไป จนกว่าหนี้หรือภาระผูกพันนั้นจะระงับสิ้นไป ให้หน่วยงานนั้นหักเงิน ดังกล่าวและส่งเงินที่หักไว้นั้นให้แก่สหกรณ์โดยพลัน การแสดงเจตนายินยอมตามวรรคหนึ่ง มิอาจจะถอนคืนได้ เว้นแต่สหกรณ์ให้ความยินยอม การหักเงินตามวรรคหนึ่ง ต้องหักให้สหกรณ์เป็นลำดับแรก ถัดจากหนี้ภาษีอากรและการหักเงินเข้ากองทุนที่สมาชิกต้องถูกหักตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กฎหมายว่าด้วย กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม

    การส่งเงินค่าหุ้นรายเดือน เป็นรายละเอียดหนึ่งที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติสหกรณ์ ข้อบังคับ และระเบียบของสหกรณ์ ว่าสมาชิกสหกรณ์ทุกคนต้องส่งเงินค่าหุ้นรายเดือน ส่วนรายละเอียดปลีกย่อย แล้วแต่สหกรณ์ใด จะกำหนดบริบทว่าต้องส่งอย่าง ส่งเท่าใด โดยมีกฎหมายคือพระราชบัญญัติสหกรณ์ควบคุมอยู่ โดยผลตอบแทนที่สมาชิกจะได้รับจากการส่งค่าหุ้นรายเดือน เรียกว่า เงินปันผล ซึ่งสหกรณ์จะจ่ายให้กับสมาชิกหลังจากปิดบัญชีในแต่ละปี สมาชิกจะได้รับจำนวนมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับผลประกอบการของแต่ละสหกรณ์
    หุ้นของสมาชิกที่มีอยู่ในสหกรณ์ มีกฎหมายกำกับอีก 1 เรื่อง ก็คือ มาตรา 42 ได้ระบุเกี่ยวกับการคุ้มครองค่าหุ้นของสหกรณ์ ดังนี้
    มาตรา ๔๒ ในการชำระค่าหุ้น สมาชิกจะนำค่าหุ้นหักกลบลบหนี้กับสหกรณ์ไม่ได้และ สมาชิกมีความรับผิดเพียงไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าหุ้นที่ตนถือ ในระหว่างที่สมาชิกภาพของสมาชิกยังไม่สิ้นสุดลง ห้ามมิให้เจ้าหนี้ของสมาชิกใช้สิทธิเรียกร้อง หรืออายัดค่าหุ้นของสมาชิกผู้นั้น และเมื่อสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลง สหกรณ์มีสิทธินำเงินตามมูลค่าหุ้นที่ สมาชิกมีอยู่มาหักกลบลบหนี้ที่สมาชิกผูกพันต้อง   ชำระหนี้แก่สหกรณ์ได้ และให้สหกรณ์มีฐานะเป็นเจ้าหนี้ บุริมสิทธิพิเศษเหนือเงินค่าหุ้นนั้น
    ดังนั้น สมาชิกไม่ต้องกังวลว่า ค่าหุ้นที่ส่งต่อสหกรณ์จะไม่ไปไหน อยู่ในสหกรณ์  และจะถอนไปบางส่วนหรือนำหุ้นไปชำระหนี้บางส่วนไม่ได้

มีหุ้นมากได้สิทธิมากกว่าสมาชิกรายอื่นหรือไม่
    ตามข้อบังคับและระเบียบของสหกรณ์ฯ สมาชิกสหกรณ์ 1 ท่าน มี 1 เสียง สำหรับการแสดงความเห็นและลงมติใดๆ ในการประชุมของสหกรณ์ มีหุ้นมาก ได้ปันผลมาก  แต่จะต้องมีหุ้นไม่เกิน หนึ่งในห้าของหุ้นที่มีอยู่สหกรณ์ทั้งหมด หมายถึง สมาชิกสหกรณ์ทั้งหมดทุกคนมีหุ้นรวมกันทั้งสิ้น ห้าพันล้านบาท ท่านสามารถมีหุ้นอยู่ในสหกรณ์ไม่เกินหนึ่งพันล้านบาทเท่านั้น....

แชร์บทความนี้ :